เส้นทางสู่วิทยากรนอกกรอบ…Day II

วันเสาร์ที่ 31 พ.ค. 2557 ผมได้เข้าอบรมหลักสูตร “Innovative Trainer” กับ อ.ไชยยศ ปั้นสกุลไชย เป็นวันที่ 2 ก็ได้ทำการบ้านที่อาจารย์มอบหมายในเรื่องการปรับแก้ Course Outline, เขียน Program Timetable และเตรียมการสอนไปเพื่อสอนในเวลา 15 นาที

เริ่มต้น Class ด้วยกิจกรรม “หาคนทำงาน” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่อาจารย์ไชยยศ นำมาใช้ในวันนี้ ในมุมมองที่จะโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นด้วย ผมเองถึงแม้จะเคยเล่นเกมนี้มาแล้ว และรู้เฉลยแล้ว แต่ตอนที่เข้าไปช่วยคิดในกลุ่มโดยแสร้งทำเป็นไม่รู้ พยายามโน้มน้าวให้ผู้อื่นคล้อยตามด้วยคำพูดประกอบเหตุผลต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่สามารถโน้มน้าวให้เชื่อได้ แต่พอตอนเฉลยนั้นอาจารย์ไชยยศ ได้โน้มน้าวให้ผู้เรียนคิดตามด้วยการคิดด้วยเหตุผล และใช้ตาราง Matrix ในการไล่เงื่อนไขต่างๆ ว่าคนไหนทำงานในตำแหน่งไหน ด้วยการเขียนลง Flipchart ให้ผู้เรียนคิดตามไปด้วย เรียกได้ว่าอธิบายวิธีคิด พร้อมทำให้เห็นเป็นภาพ (Visual) ก็จะโน้มน้าวผู้อื่นได้ง่ายขึ้น

ต่อจากนั้นอาจารย์ไชยยศ ก็ให้ชิ้นไม้มา 2 ชิ้น และให้ต่อกันให้เป็นรูปปิรามิด ก็สนุกดีเหมือนกันถึงแม้ว่าผมเองจะต่อไม่ได้ก็ตาม

แล้วก็มาถึงคิวของอาจารย์เบญจ์ ลูกศิษย์รุ่นแรก ๆ ของอาจารย์ไชยยศ ได้มาสอนทำ QR Code ด้วยตัวเอง ตกเย็นผมก็มาทำ QR Code ของร้าน House of Commons – Café&Space ได้ผลงานตามรูปครับ

QR_Code_HOCSpace

ขั้นตอนการทำ QR Code ง่าย ๆ ที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์เบญจ์ มีดังนี้ครับ

  1. ไปที่ website: goqr.me
  2. เลือก icon ที่ต้องการจะ link QR Code ไปที่ website ที่เราต้องการ หรือไปที่ข้อความที่เราต้องการให้แสดง
  3. ใส่ Information ของ website ที่เราต้องการ link ไป หรือรายละเอียดข้อความที่เราต้องการให้แสดง
  4. เลื่อนลงมาที่ Live Preview กด Download
  5. เลือกรูปแบบไฟล์เป็นแบบ JPEG
  6. กด SAVE Image

หลังจากที่เรียนรู้แล้ว ก็ถึงเวลาที่ผู้เรียนแต่ละคนต้องออกมาสอนคนละ 15 นาที สำหรับตัวผมเองแม้จะตัดเนื้อหาบางส่วน และ Clip Video ออกไปแล้ว ก็ยังควบคุมเวลาได้ไม่ดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแบ่งจำนวนกลุ่มมากเกินไป ทำให้ต้องเสียเวลาในการพูดคุยสิ่งที่เรียนรู้กับแต่ละกลุ่ม และกิจกรรม Jigsaw ที่เตรียมมาก็เผื่อเวลามามากเกินไป เพราะอยากให้ต่อได้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่จำเป็น ทำให้ออกมาย้วยเหมือนเดิมใช้เวลาเกิน 15 นาที แต่ก็ยังไม่เข้าประเด็น ที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากมุมมองอาจารย์เอ-วรยุทธ์ ก็คือ อาจแบ่งต่อ Jigsaw เป็น 2 รอบก็ได้ รอบแรกให้ต่อด้วย Jigsaw ที่มีให้โดยไม่มีภาพ Jigsaw ที่ต่อสมบูรณ์ให้ รอบที่สองจึงค่อยให้ภาพ Jigsaw ที่ต่อสมบูรณ์ให้ ซึ่งเวลาที่ให้แต่ละรอบก็ไม่ต้องมากแค่รอบละ 1-2 นาที แล้ววัดจำนวนชิ้นที่ต่อได้เปรียบเทียบกัน

ส่วนประเด็นเรียนรู้ทั่ว ๆ ไปที่ได้รับฟังอาจารย์ไชยยศ ให้ Feedback ผู้เรียนแต่ละคนมีดังนี้

  • การใช้กิจกรรม Role Play เพื่อให้เห็นพฤติกรรมที่แตกต่างกัน แล้วค่อยนำไปสู่เนื้อหาคนแต่ละสไตล์
  • การควบคุมเวลาในการให้แต่ละกลุ่ม Share ประเด็น อาจจะทำให้กระชับโดยให้กลุ่มที่ทำได้สำเร็จ Share KSF
  • ต้องเชื่อมโยงเนื้อหา/กิจกรรมที่ทำ ไปสู่งานจริงของผู้เรียน
  • วิทยากรต้องเตรียมให้พร้อม เช่น นาฬิกาจับเวลา, Slide ที่จะขึ้นจอต้องไม่ติดขัด, Handout
  • ต้องดูให้ดีความสอดคล้องของโครง กับเนื้อหา และต้องเตรียมในเรื่อง Debrief เพื่อสรุปให้เข้าประเด็น
  • การเลือกใช้ภาษาให้ใช้คำธรรมดา ๆ ง่าย ๆ Simple Word
  • การสอนทักษะ ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และควรยืนอยู่ฝั่งเดียวกับผู้เรียน
  • ชื่อ Title ไม่ควรจะกว้างเกินไป ควรให้ Match กับเนื้อหาหลัก
  • การอ้าง Reference ต้องชัดเจนว่าจากแหล่งไหน
  • ควรเลือก Case ให้เหมาะกับกลุ่มผู้เรียน
  • หากจะใช้เกมกิจกรรมในการสอน ต้องแน่นกติกา และเกณฑ์ตัดสิน ที่สำคัญอย่าลืมของรางวัล
  • กิจกรรมที่เลือกใช้ควรให้เหมือน ๆ กันก่อนเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจตรงกันก่อน
  • การเลือกใช้ Story Telling ต้องมี moment ที่จะเจาะลึกลงไป ขยี้ลงไปว่ารู้สึกอย่างไร
  • ต้องเน้นในเรื่อง Linkage ให้ชัดว่าสุดท้ายแล้วเนื้อหาที่ให้ไป จะนำไปช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร

และนอกจากได้เรียนรู้จากอาจารย์ไชยยศแล้ว ก็ยังได้เรียนรู้จากน้องธัญย์ – ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ อีกด้วย สิ่งที่น้องธัญย์นำมาแบ่งปันคือ “สามเหลี่ยม ยิ้มสู้ คิดบวก”

H – Hopeful, E – Effort, L – Learner, P – Patient, E – Encourage, R – Realism

สิ่งสำคัญที่น้องธัญย์เล่าให้ฟัง คือ ตัว R – Realism การยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นให้ได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด น้องธัญย์เลยเลือกให้เป็นฐานของปิรามิด

นี่คือรูปที่ผมถ่ายคู่กับน้องธัญย์ น้องธัญย์บอกว่าชอบตาของพี่บุญเลิศมาก ตอนที่เล่นเกม Tone of Voice ที่พูดคำว่า “ไปไหนมา”

DayII_002

สุดท้ายอาจารย์ไชยยศ ได้แนะนำการทำแผนการสอน (Lesson Plan) อย่างละเอียดว่าใช้ เทคนิค/วิธีการสอนอะไร, ชุดเครื่องมือที่ต้องเตรียมให้พร้อมในช่วงการสอนนั้น และบทพูด (Key Message) โดยอาจารย์ได้ยกตัวอย่างด้วยการสอนจริงเรื่อง

“การพูดโน้มน้าวผู้ฟังด้วยเทคนิค PAJES”

P – Personal experience (อ้างอิงประสบการณ์ตรงของวิทยากร)

A – Analogy (อุปมาอุปไมย ให้ผู้เรียนเห็นภาพ เข้าใจง่าย)

J – Judgement of experts (อ้างผู้รู้/สถาบัน ที่น่าเชื่อถือ)

E – Example (ยกตัวอย่างประกอบ ให้เข้าใจอย่างชัดเจน)

S – Statistics (ใช้ข้อมูลตัวเลข สถิติ มาอธิบาย)

ซึ่งสิ่งที่อาจารย์ไชยยศได้แสดงให้เห็น และมาเฉลย Lesson Plan ที่อาจารย์เตรียมมานั้น จะเห็นได้ถึงความสำคัญของการ Lesson Plan ได้ดีก็จะช่วยให้การสอนบรรลุเป้าหมายได้ตามต้องการ เปรียบไปก็เหมือน “การวางแผนที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง”

“นายเรียนรู้”

บุญเลิศ คณาธนสาร

boonlert.alert@gmail.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s