กะอีแค่ปากกานี่นะ…จะอะไรกันนักหนา

บันทึกเรื่องราว “ครูไม่กั๊ก ศิษย์รักทำ” เป็นเรื่องราวที่เขียนขึ้นจากประสบการณ์ที่ได้ติดตาม อ.ไชยยศ ปั้นสกุลไชย ไปทำหน้าที่ผู้ช่วยวิทยากร (Trainer Assistant) ในหลักสูตรต่าง ๆ ซึ่งเป็นเทคนิค ความรู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่ได้เรียนรู้โดยตรงผ่านประสบการณ์จริง (Experience Learning) ที่หลายเรื่อง อ.ไชยยศ ไม่สามารถถ่ายทอดได้หมดในหลักสูตร Innovative Trainer ที่เรียนในห้อง 5 วัน เรียกได้ว่าเป็นการถ่ายทอดกระบวนยุทธ์วิทยากรแบบ “ครูไม่กั๊ก” ส่วนผู้เป็น “ศิษย์” ใจต้อง “รัก” และลงมือ “ทำ”

21 สิงหาคม 2557 ความคั่งค้างคาใจของผมกับปากกาเคมี อ.ไชยยศ ที่มีมานานก็เริ่มประทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อผมได้มีโอกาสตาม อ.ไชยยศ ไปทำหน้าที่ผู้ช่วยวิทยากร (Trainer Assistant) ในหลักสูตร Train the Trainer ให้กับบริษัท Homepro

ผมเองเดินทางไปถึงที่ฝึกอบรมแต่เช้าประมาณ 7 โมงครึ่ง ก็เริ่มต้นเตรียมความพร้อมก่อนเริ่ม Class ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมเอกสาร อุปกรณ์สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ เขียน Flip Chart นอกจากนี้แล้วก็ต้องเตรียมปากกาเคมีปลายหัวตัดสีแดง สีดำ และสีน้ำเงิน ไว้ที่แต่ละกลุ่มทั้ง 3 สี

เพราะสิ่งที่วิทยากรนอกกรอบ อย่างอาจารย์ไชยยศ ปั้นสกุลไชย เน้นย้ำในการเขียน Flip Chart คือ

1. “Minimum Word, Maximum Size”

2. ความมีสีสัน (Colourful) ต้องมี 3 สีเป็นอย่างน้อย

3. เขียนเตรียมไว้แต่เช้า จะได้ไม่เสียเวลาตอนทำกิจกรรม

และทุกครั้งเลขาฯ อ.ไชยยศ ก็จะเตรียมปากกาเคมีมาให้พร้อม เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วไปจัดฝึกอบรมที่ไหนไม่ว่าจะเป็นโรงแรม หรือบริษัทลูกค้า ปากกาที่เตรียมไว้มักเป็นปากกาปลายหัวแหลม ซึ่งพอเขียนออกมาแล้วเส้นตัวหนังสือจะเล็กเกินไป ทำให้อ่านจากระยะไกลได้ไม่ดี

แต่วันนี้ที่ Homepro ก็มีเตรียมปากกาเคมีไว้เหมือนกันตามรูปด้านล่างฝั่งซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวามือก็เป็นปากกาที่เลขาฯ อ.ไชยยศ เตรียมมา ดูแล้วแตกต่างกันไหมครับ เป็นแบบปลายหัวตัดเหมือนกัน

ปากกาเคมี

ผมก็เลยเดินรี่ตรงเข้าไปถาม อ.ไชยยศ เลยครับ

“อาจารย์ครับ ตกลงปากกานี่ จะใช้ปากกาของเรา หรือของที่นี่ครับ ?” ผมเอ่ยถาม พร้อมยื่นปากกาให้ดูเปรียบเทียบ

“ใช้ของเรานี่แหละ ของที่นี่เก็บคืนเจ้าหน้าที่เขาให้หมด” คำตอบสั้นสั้นตามสไตล์ อ.ไชยยศ

ผมเองก็โอเคว่าไง ว่าตามกัน แต่ก็ยังคั่งค้างคาใจอยู่ “อะไรกันวะ ก็ปลายหัวตัดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ!”

ก็ทำงานกันไปจนจบวัน กว่าจะเลิกก็ประมาณ 6 โมงเย็น อ.ไชยยศ ก็ชวนทานข้าวก่อนกลับ ผมก็เลยได้โอกาสถามอีกครั้งกับข้อสงสัยเรื่องปากกาเคมี

“อาจารย์ครับ ผมสงสัยจริง ๆ ครับ ว่าทำไมอาจารย์ไม่ใช้ปากกาของที่นี่ ก็เป็นปลายหัวตัดเหมือนกัน”

“คุณบุญเลิศ! คุณบุญเลิศสังเกตเห็นความแตกต่างอะไรไหม ไอ้ปากกาเคมีของที่นี่ปลายหัวตัดก็จริง แต่มันมี 2 ด้าน คือ ด้านเล็ก กับด้านใหญ่”

“ก็โอเคนี่ครับอาจารย์ เวลาเราเขียนเราก็ใช้ด้านใหญ่เขียนอยู่แล้ว”

“ใช่คุณบุญเลิศ เวลาเราเขียนเราใช้ด้านใหญ่เขียน แต่เวลาที่ผู้เรียนเขียนเองล่ะ เขาอาจไม่ใช่ด้านใหญ่เขียนก็ได้”

“อ๋อ! เข้าใจละ อาจารย์ก็เลยใช้หลัก Poka-Yoke (กันเผลอเรอ) โดยการเปลี่ยนเป็นปากกาของเราซะเลย จะได้การันตีว่าไม่มีความผิดพลาดในการใช้ปลายด้านเล็กเกิดขึ้น”

“ใช่แล้ว และอีกอย่างคือ เวลาเก็บของ เราก็เก็บง่ายไม่ต้องมามัวจำว่าปากกาอันนี้ของเราหรือปากกาอันนี้ของเขา”

นี่แหละหนา อีกหนึ่งบทเรียนที่ว่า “กะอีแค่ปากกานี่นะ…จะอะไรกันนักหนา”

“นายเรียนรู้”

บุญเลิศ คณาธนสาร

boonlert.alert@gmail.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s