“เรากำลังแสวงหาอะไร ?”

(บทความนี้ตีพิมพ์ลงใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2558)

photo_man with camera

“เรากำลังแสวงหาอะไร ?” หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับประโยคนี้ เมื่อเอ่ยถึงชื่อหนังสือของท่าน จ.กฤษณมูรติ

แต่ในบทความวันนี้ คงจะไม่ได้นำเนื้อหาในหนังสือเล่มดังกล่าวมาเล่าสู่กันฟังแต่อย่างใด แต่อยากจะชวนท่านผู้อ่านใคร่ครวญ และขบคิดไปด้วยกัน เนื่องในโอกาสที่ปี ๒๕๕๘ กำลังจะผ่านพ้นไป และปีพุทธศักราชใหม่ ๒๕๕๙ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

“เรากำลังแสวงหาอะไร ?” เป็นประโยคคำถามที่ดีเลยทีเดียว ที่ทำให้ตัวเรานั้นต้องหยุดคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะก้าวเดินต่อไป ผู้เขียนเองวัยก็ย่างเข้าสู่อายุ ๔๐ ปี เรียกได้ว่าเข้าสู่วัยกลางคน ผ่านพ้นชีวิตมากว่าครึ่งทาง

แต่ก็ต้องยอมรับกับตัวเองอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า น้อยครั้งมากที่จะถามตัวเองอย่างจริงจังว่า “เรากำลังแสวงหาอะไร ?” แม้แต่ตอนที่เลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ตัดสินใจเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งเป็นที่นิยมในขณะนั้น หรือแม้แต่ตอนที่จบออกมาหางานทำครั้งแรก ก็ตัดสินใจเลือกทำงานที่เครือซิเมนต์ไทยซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ

มาเริ่มต้นตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังครั้งแรกเมื่ออายุ ๓๐ ปี ก็ตอนที่คิดตัดสินใจลาออกจากเครือซิเมนต์ไทย ซึ่งตอนนั้นด้วยความคิดที่ว่าอยากทำงานที่ได้พัฒนาความรู้ และถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่น จึงเลือกมาทำงานในบทบาทที่ปรึกษาภายในด้านเพิ่มผลผลิตให้กับเครือเบทาโกร

ทำงานเรื่อยมาอีกกว่า ๘ ปี ก็ไม่เคยได้ตั้งคำถามกับตัวเองอีก จนมาประสบปัญหาด้านสุขภาพบางประการ ทำให้ต้องกลับมาหยุดคิดอีกครั้งว่า “เรากำลังแสวงหาอะไร ?” ระหว่างหน้าที่การงานกับสุขภาพ ก็ตัดสินใจเลือกสุขภาพมาก่อน จึงได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่เครือเบทาโกร เมื่อกลางปี ๒๕๕๗ เพื่อมารักษาสุขภาพให้ดีซะก่อน

ในช่วงกว่า ๑ ปีที่พักจากงานประจำ นอกจากงานเขียนในคอลัมน์ Life is Learning นี้ ที่ต้องส่งให้กองบรรณาธิการทุกเดือนแล้ว ก็ยังได้รับโอกาสจากอาจารย์ไชยยศ ปั้นสกุลไชย วิทยากรชื่อดังของเมืองไทย มอบหมายงานผู้ช่วยวิทยากรให้คอยติดตามไปเรียนรู้งานในหลักสูตรต่าง ๆ ที่บริษัทต่าง ๆ เช่น LPN, สัมมากร และยังมีโอกาสไปเป็นวิทยากรบรรยายเองที่เครือ ปตท. บริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด และมหาวิทยาลัยศิลปากร

พอใกล้สิ้นปี ๒๕๕๘ และประจวบกับวัยของผู้เขียนที่ล่วงเลยเข้าสู่วัย ๔๐ ปี ทำให้ต้องขบคิดอย่างหนักว่าชีวิตนี้ “เรากำลังแสวงหาอะไร ?”

สิ่งแรกที่คงไม่สามารถตัดขาดออกไปได้ ก็คือ งานเขียนในคอลัมน์ “Life is Learning” นี้ และที่เขียนลงในบล็อก nairienroo.wordpress.com เพราะเป็นพื้นที่ที่จะสามารถถ่ายทอดความคิดสู่ผู้อื่นได้ และตอบสนองต่อสิ่งที่ผู้เขียนแสวงหา ก็คือ การได้ถ่ายทอดความคิด ความรู้สู่ผู้อื่น

สิ่งที่สองที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ก็คือ การกลับไปทำงานอย่างจริงจังอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานประจำ หรืองานวิทยากร ที่ปรึกษาอิสระ เพื่อให้มีรายได้ที่มั่นคงเพียงพอ…

เพื่อให้มีรายได้ที่มั่นคงเพียงพอ ??? เพียงแค่นั้นหรือที่เรากำลังแสวงหา ??? คำถามที่เกิดขึ้นตามมา

แล้วคุณค่าใดกันเล่า ที่เรากำลังแสวงหาจากการทำงาน ??? คำถามที่ตามมาต่อเนื่อง

 

“งานที่ทำให้หัวใจพองโต งานที่ทำให้รู้สึกสดชื่นสดใสทุกเช้าวันทำงาน ใช่แล้วนี่แหละงานที่ฉันแสวงหา”

 

พอได้คำตอบนี้ในใจ ทำให้หวนนึกกลับไปถึงสมัยทำงานเป็น Learning Facilitator ที่โครงการพัฒนาการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ Constructionism ที่เครือซิเมนต์ไทย และสมัยทำงานเป็นที่ปรึกษาโครงการ CSR ในการพัฒนาชุมชน ที่ตำบลช่องสาริกา ให้กับเครือเบทาโกร ช่างเป็นช่วงเวลาการทำงานที่มีความสุขจริง ๆ

ซึ่งก็คงต้องใช้เวลาในการเสาะแสวงหาโอกาสในการทำงานที่รักกันต่อไป…

 

ภาพสะท้อน “เรากำลังแสวงหาอะไร ?” ของตัวผู้เขียนเอง คงสะท้อนให้เห็นภาพได้อย่างดีว่า คำถามที่สำคัญบางคำถามนั้น หากเราละเลยที่จะถามมันไป บางครั้งกว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ล่วงเลยมากว่าครึ่งชีวิตแล้ว

 

สุดท้ายก็อยากชักชวนให้ท่านผู้อ่านตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เรากำลังแสวงหาอะไร ?” ในช่วงสิ้นปี ๒๕๕๘ นี้ เพื่อที่จะได้แนวทางที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างสดใสต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๙ ที่จะมาถึงนี้

 

“นายเรียนรู้”

นายบุญเลิศ คณาธนสาร

https://nairienroo.wordpress.com

boonlert.alert@gmail.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s