“คิดเป็นระบบ สยบทุกปัญหา” บทที่ 1

3d human with a red question mark

ปัญหา คือ อะไร ?”  “อะไร คือ ปัญหา ?”

คือ คำถามที่คิดว่าหลาย ๆ คนคงเคยโดนตั้งคำถาม หรือเคยตั้งคำถามนี้กับตัวเอง เวลาที่ประสบพบเจอกับสิ่งที่คิดว่าเป็นปัญหาซึ่งมีทั้งเรื่องส่วนตัว และเรื่องงาน

คำตอบที่มักได้ยินจากการตั้งคำถาม “ปัญหา คือ อะไร ?” “อะไร คือ ปัญหา ?” มักจะเป็น

คำถาม คำตอบ
ปัญหาด้านสุขภาพ คือ อะไร ? รู้สึกว่าอ้วนเกินไป
ปัญหาด้านการเงิน คือ อะไร ? เงินเดือนไม่พอใช้ ไม่มีเงินเหลือเก็บ
ปัญหาที่ลูกค้าไม่พอใจ คือ อะไร ? ส่งสินค้าล่าช้า สินค้าไม่มีคุณภาพ
ปัญหาในกระบวนการผลิต คือ อะไร ? เครื่องจักรเสียบ่อย ของเสียเยอะ
ปัญหาในการทำงาน คือ อะไร ? งานเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด

จะเห็นได้ว่า คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่มักจะเป็นคำตอบกว้าง ๆ เป็นลักษณะ “อาการของปัญหา (Symptom)” ในเชิงนามธรรมไม่สามารถจับต้องได้ชัดเจน

สิ่งเริ่มต้นในการแก้ปัญหา คือ ต้องระบุหัวข้อปัญหาให้ชัดเจน มีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมที่สามารถจับต้องได้

นิยามของคำว่า “ปัญหา (Problem)” คือ “ความแตกต่าง (Gap)” ระหว่าง “สิ่งที่เป็นอยู่ (Actual)” กับ “สิ่งที่ต้องการ (Target)”

%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%881-1

รูปที่ 1.1 นิยามของคำว่า “ปัญหา (Problem)”

เพราะฉะนั้นการระบุหัวข้อปัญหาให้ชัดเจน ต้องระบุให้ได้ว่า

  1. เราใช้อะไรเป็นตัวชี้วัด (Indicator) ?
  2. สิ่งที่เป็นอยู่ (Actual) มีค่าเท่าไหร่ ?
  3. สิ่งที่ต้องการ (Target) มีค่าเท่าไหร่ ?

%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%881-2

  1. ลดน้ำหนักตัวจาก 85 กิโลกรัมให้เหลือ 75 กิโลกรัม
  2. ลด % ของที่ส่งไม่ทันกำหนดจาก 10% ให้เหลือ 2%
  3. เพิ่มเงินออมจาก 0 บาทต่อเดือน ให้เป็น 2,000 บาทต่อเดือน
  4. ลด % ของเสียจาก 5% ให้เหลือ 1%

หากย้อนกลับไปดู รูปที่ 1.1 นิยามของคำว่า “ปัญหา (Problem)” ก็จะพบว่าถ้าเรานำ “ค่ามาตรฐาน (Standard)” ที่เราเคยทำได้ไปเปรียบเทียบกับ “สิ่งที่ต้องการ (Target)” ก็จะมีความเป็นไปได้ของปัญหา 2 กรณี คือ

กรณีที่ 1 “สิ่งที่ต้องการ (Target)” มากกว่า “ค่ามาตรฐาน (Standard)”

%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%881

ปัญหาในรูปแบบกรณีที่ 1 นี้เป็นปัญหาประเภท “ปัญหาท้าทาย (Challenge Problem)” ที่เราไม่สามารถที่จะใช้วิธีการเดิมในอดีตที่เคยทำสำเร็จตาม “ค่ามาตรฐาน (Standard)” มาใช้ได้อีกต่อไป เพราะมันไม่เพียงพอที่จะนำเราไปสู่ “สิ่งที่ต้องการ (Target)”

โดยเราจำเป็นที่จะต้องคิดค้นหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อให้ไปสู่ “สิ่งที่ต้องการ (Target)” โดยการใช้วิธีการออกแบบระบบ (Systems Design) ที่เราจะกล่าวในรายละเอียดในบทที่ 3

กรณีที่ 2 “สิ่งที่ต้องการ (Target)” น้อยกว่าหรือเท่ากับ “ค่ามาตรฐาน (Standard)”

%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%882

ปัญหาในรูปแบบกรณีที่ 2 นี้เป็นปัญหาประเภท “ปัญหาพื้น ๆ (Standard Problem)” ที่เราสามารถที่จะใช้วิธีการเดิมในอดีตที่เคยทำสำเร็จตาม “ค่ามาตรฐาน (Standard)” มาปรับใช้ได้

โดยเราจำเป็นที่จะต้องคิดวิเคราะห์สาเหตุหาวิธีการปรับปรุง เพื่อให้ไปสู่ “สิ่งที่ต้องการ (Target)” โดยการใช้วิธีการวิเคราะห์ระบบ (Systems Analysis) ที่เราจะกล่าวในรายละเอียดในบทที่ 4

แบบฝึกหัดท้ายบท

จงระบุหัวข้อปัญหา (เรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว) ที่ต้องการปรับปรุงให้ชัดเจน

“นายเรียนรู้”

“อาจารย์บุญเลิศ คณาธนสาร”

“วิทยากร Systems Thinking” และ “วิทยากร Systems Problem Solving”

boonlert.alert@gmail.com

086-7771833

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s